แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - itroom0016

หน้า: [1] 2 3
1
ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์



ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ : Chularat 11 IVF Center ตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่ช่วยให้คู่สามีภรรยาสามารถเอาชนะอุปสรรค อันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการมีบุตรยาก โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรักษาการมีบุตรยากจากสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ผ่านการศึกษาอบรมจากในและต่างประเทศ และมีประสบการณ์มาเป็นเวลายาวนาน คอยให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การช่วยเหลือคู่สมรสที่มีปัญหาการมีบุตรยาก ให้สามารถมีบุตรได้สมความปรารถนา ด้วยบริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีความทันสมัยและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

หากคุณแต่งงานมานานกว่า 1 ปี และมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ แสดงว่าคุณกำลังอยู่ใน “ภาวะการมีลูกยาก” โดยหลักการแล้วแม้ว่าภาวะนี้จะไม่ใช่โรค แต่ก็เป็นปัญหาสำหรับคู่สมรสที่หวังอยากมีเจ้าตัวน้อย เพื่อความสมบูรณ์แบบของชีวิตครอบครัว การที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้อาจเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่ส่งผลต่อภาวะการเจริญพันธุ์ ทำให้ไม่สามารถเกิดการปฏิสนธิได้ตามธรรมชาติ โดยอาจมีสาเหตุจากฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่าย หรือไม่ทราบสาเหตุ


เครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัย

    *ห้องตรวจ ตรวจภายใน, ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonography), ฉีดสีตรวจโพรงมดลูกและท่อนำไข่มีการตีบตันหรือไม่ (Hysterosalpingography)
    *ห้องปฎิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน (IVF Lab) เครื่องมือและอุปกรณ์ได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบ คุณภาพของอุปกรณ์ แก๊ส และน้ำยาทุกชนิดอย่างสม่ำเสมอ มีระบบการเลี้ยงตัวอ่อนด้วยมาตรฐานระดับ Clean Room Class 1,000 ควบคุมสิ่งแวดล้อมทั้งหมดอย่างเหมาะสมเพื่อเลี้ยงตัวอ่อนให้เจริญเติบโตถึงระยะ Blastocyst
    *Sperm Lab ตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยนักวิทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ
    *สามารถดูดเซลล์ของตัวอ่อนในระยะ Cleavage หรือ Blastocyst เพื่อนำเซลล์ไปตรวจโครโมโซมและ DNA
    *Hormone Lab ได้ผลที่ถูกต้อง รวดเร็ว มีการควบคุมคุณภาพทั้งภายในและภายนอก
    *มีการแช่แข็งเซลล์ไข่ อสุจิ เด็กตั้งแต่ระยะหนึ่งเซลล์จนถึง Blastocyst โดยมีการแยกถังไนโตรเจนแช่แข็งเป็นกลุ่มสามี ภรรยา ที่ไม่มีโรคติดเชื้อและที่มีโรคติดเชื้อ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ B ออกจากกัน

การบริการ

    ในผู้หญิงอายุไม่มากถ้าไม่มีปัญหาอย่างอื่นแพทย์จะเลือกวิธีการฉีดเชื้ออสุจิเข้าในโพรงมดลูก(IUI intrauterine insemination)โอกาสตั้งครรภ์ 15-20 % ถ้าไม่สำเร็จก็ใช้วิธีเด็กหลอดแก้ว IVF ( In vitro fertilization )โอกาสตั้งครรภ์ 30-50% การตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว พีจีเอส วิธีนี้เพื่อบอกความถูกต้องแม่นยำถึงความผิดปกติของพันธุกรรมในระบบโครโมโซมและยังบอกรายละเอียดถึงระดับยีนส์ด้วย จึงสามารถตรวจการกลายพันธุ์ของยีนส์ที่อาจตรวจไม่พบจากการตรวจวิธีอื่นได้ จะได้รู้ว่าตัวอ่อนที่จะฝังตัวนั้นมีโครโมโซมที่ปกติหรือไม่
    กลุ่มที่สองคือผู้หญิงที่มีอายุเกิน35ปีโอกาสเสี่ยงมีบุตรที่มีความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวซินโดรมหนึ่งต่อ 350 หรือ0.28% เมื่อผู้หญิงมีอายุสูงขึ้นคุณภาพของไข่จะลดลงและโอกาสเกิดการผิดปกติของโครโมโซมก็จะแปรผันกับอายุของฝ่ายหญิง หากเราหยุดอายุของใครไม่ได้ การตั้งครรภ์ของหญิงอายุน้อยกว่า35 ปี ก็น่าจะช่วยลดโอกาสเกิดความผิดปกติของโครโมโซมลูก ดังนั้นหญิงที่มีความประสงค์ที่จะเก็บไข่ตัวเองแช่แข็งไว้ก่อน Ovum Freezing ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะได้ไข่มีคุณภาพมากกว่ารอจนอายุมากขึ้น


เว็บที่เกี่ยวข้อง : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=11&id=60

2
อื่นๆ / โรคหัวใจ (Heart Disease)
« เมื่อ: 08-07-2018 , 13:02:32 »
โรคหัวใจ (Heart Disease) หมายถึง โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เป็นต้น
[img width=600,height=400]https://i0.wp.com/www.108news.net/wp-content/uploads/2018/07/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88.jpg[/img]
 
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงปี พ.ศ. 2555-2558 อัตราผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศง 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดจำนวน 58,681 คน หรือโดยเฉลี่ยถึงชั่วโมงละ 7 คน และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้สาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นมักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สามารถป้องกันได้ เช่น การสูบหรือสูดดมควันบุหรี่ การรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารไขมันสูง อาหารหวาน และอาหารเค็มที่ควรหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ยังควรควบคุมน้ำหนัก รวมถึงหมั่นตรวจสุขภาพวัดระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ
อาการของโรคหัวใจ
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนของหัวใจที่ต่างกัน ทำให้โรคหัวใจมีอาการต่างกันไปในแต่ละชนิด
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ มักส่งผลให้มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ร้าวไปตามกราม แขน ลำคอ ท้อง หรือบริเวณหลัง และบางครั้งอาจมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือหมดสติได้[/*]
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ อาจเต้นเร็วผิดปกติ ช้าผิดปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกใจสั่น แต่บางครั้งอาจแสดงอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือคล้ายจะเป็นลมได้เช่นกัน[/*]
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์มักมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม และมีอาการมากขึ้นเมื่อต้องออกแรงหนัก ๆ ส่วนโรคกล้ามเนื้อหัวใจที่รุนแรงมากขึ้นจะทำให้มีอาการเหนื่อยแม้ขณะนั่งอยู่เฉย ๆ มีอาการบวมตามแขน ขา หนังตา ร่วมกับอาการอ่อนเพลีย นอนราบไม่ได้ และตื่นขึ้นมาไอในเวลากลางคืน[/*]
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นโรคที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อทารกอยู่ในครรภ์มารดา โดยอาจแสดงอาการทันทีเมื่อแรกคลอด หรือแสดงอาการมากขึ้นในภายหลังก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือกลุ่มที่มีอาการเขียวและกลุ่มไม่มีอาการเขียว ในกลุ่มที่มีอาการยังไม่รุนแรงมากอาจสังเกตได้ในภายหลัง เช่น เหนื่อยง่ายเวลาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน แต่ในกลุ่มที่มีอาการมากจะทำให้เลี้ยงไม่โต ทารกมีอาการเหนื่อยขณะให้นมหรือติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย ๆ เป็นต้น[/*]
  • โรคลิ้นหัวใจ อาการของโรคขึ้นอยู่กับความผิดปกติของลิ้นหัวใจที่เกิดขึ้น ในกลุ่มที่มีความผิดปกติเพียงเล็กน้อยอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หรืออาจได้ยินเสียงผิดปกติจากการตรวจร่างกายเท่านั้น แต่หากมีความผิดปกติของลิ้นหัวใจมากก็จะมีอาการเหนื่อยง่าย และเกิดภาวะหัวใจวายหรือน้ำท่วมปอดได้[/*]
  • โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ อาการที่แสดงถึงโรคนี้ ได้แก่ มีไข้ โดยมักจะเป็นไข้เรื้อรัง อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจหอบเหนื่อย ไอเรื้อรังแห้ง ๆ ขาหรือช่องท้องบวม รวมถึงมีผื่นหรือจุดขึ้นตามผิวหนัง[/*]
สาเหตุของโรคหัวใจ
เช่นเดียวกันกับอาการ สาเหตุของโรคหัวใจแต่ละชนิดมีที่มาต่างกัน ดังนี้
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ สาเหตุส่วนมากเกิดจากไขมันหรือแคลเซียมที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลอดเลือดจนขัดขวางทางเดินเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมักมีสาเหตุมาจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในหลอดเลือดสูง น้ำหนักเกิน และสูบบุหรี่[/*]
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางรายที่เดิมมีความผิดปกติของหัวใจอยู่แล้วหรือเกิดกับคนทั่วไปที่มีหัวใจปกติก็ได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อต การใช้สารเสพติด ยา อาหารเสริมบางชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน นอกจากนี้อาจเป็นความเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วยโรคหัวใจอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ หรือโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง[/*]
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ มีสาเหตุต่างกันไปตามความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม อาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดสู่หัวใจน้อยลง การได้รับยาหรือสารพิษบางชนิด การติดเชื้อ และพันธุกรรม ส่วนโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนามักเป็นผลจากพันธุกรรมและอายุที่มากขึ้น และโรคกล้ามเนื้อหัวใจถูกบีบรัด ที่กล้ามเนื้อหัวใจแข็งและยืดหยุ่นน้อยลง อาจเป็นผลมาจากโรคอื่น เช่น เนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ ภาวะธาตุเหล็กมากเกิน หรือการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัด เป็นต้น[/*]
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ของมารดาที่ทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนด การใช้ยาหรือสารเสพติดบางชนิดขณะตั้งครรภ์ การติดเชื้อของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ รวมทั้งอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็ได้[/*]
  • โรคลิ้นหัวใจ สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีลิ้นหัวใจผิดปกติหรือทำงานบกพร่องมาแต่กำเนิด หรือเป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคอื่น ๆ เช่น ไข้รูมาติก เยื่อบุหัวใจอักเสบ หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ[/*]
  • โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิต รวมทั้งการทำหัตถการทางการแพทย์ การใช้สารเสพติด และมีการเหนี่ยวนำให้เกิดการติดเชื้อที่บริเวณหัวใจตามมา[/*]
การวินิจฉัยโรคหัวใจ
แพทย์มักเริ่มด้วยการตรวจร่างกายเบื้องต้น สอบถามอาการ ประวัติการเจ็บป่วย รวมถึงบุคคลในครอบครัวที่เคยป่วยเป็นโรคหัวใจ จากนั้นจึงพิจารณาความเป็นไปได้แล้วเลือกวิธีวินิจฉัยขั้นต่อไป ซึ่งอาจเป็นการตรวจเลือด เอกซเรย์หน้าอก ตรวจหัวใจด้วยเครื่อง CT Scan หรือ MRI ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจบันทึกการทำงานของหัวใจ หรือตรวจด้วยการสวนหลอดเลือดหัวใจ ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
การรักษาโรคหัวใจ
การรักษาโรคหัวใจจะรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบและรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยเป็นในขณะนั้น เช่น การทำหัตถการสวนหัวใจ การผ่าตัดหัวใจ ร่วมกับการใช้ยารักษา รวมถึงการให้คำแนะนำในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ความเครียด และเพิ่มการออกกำลังกาย การปรับพฤติกรรมการบริโภคโดยแนะนำให้ลดอาการเค็ม อาหารหวาน และอาหารที่มีไขมันสูง
ภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจ
โรคหัวใจชนิดต่าง ๆ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกัน ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุด คือ หัวใจล้มเหลว เกิดขึ้นได้จากโรคหัวใจทุกชนิด ส่วนภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจขึ้นอยู่กับโรคหัวใจที่ผู้ป่วยเป็นด้วย เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ส่วนกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจอาจตามมาด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดในสมองขาดเลือด โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ และโรคหลอดเลือดแดงโป่งพอง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างฉับพลันได้
การป้องกันโรคหัวใจ
การป้องกันโรคหัวใจด้วยตนเองทำได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหมั่นตรวจร่างกายเพื่อควบคุมระดับความดันและไขมันในเลือดเป็นประจำ การรับประทานอาหารและออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ ควรเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช ลดปริมาณไขมัน โซเดียม และน้ำตาลให้น้อย หมั่นออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก หยุดสูบบุหรี่ นอกจากนี้ ความเศร้าและความเครียดก็อาจเป็นปัจจัยการเกิดโรคหัวใจได้ จึงควรพยายามผ่อนคลายให้มาก รวมทั้งรักษาสุขอนามัยให้ถูกต้องอยู่เสมอเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ

เครดิต : https://www.108news.net/news/2103[/color]

3
            โรคกระดูกและข้อ ในปัจจุบันพบได้มากขึ้นเรื่อยๆโดยมีด้วยกันหลายสาเหตุ
ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น กระดูกหัก ต่างๆ
เอ็นรอบข้อฉีกขาด โรคจากการทำงานและเล่นกิจกรรมที่หักโหม เช่น อาการปวดหลัง
 ปวดคอ นิ้วล็อก โรคโดยกำเนิด เช่น เท้าปุก กระดูกสันหลังคดงอ
โรคจากการอักเสบติดเชื้อ
ส่งผลให้การดำเนินชีวิตขาดความกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว
ด้วยเหตุผลนี้โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์จึงจัดตั้ง
"คลินิกศัลยกรรมกระดูกและข้อ"
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับเข้าสู่สภาวะปกติและดำเนินชีวิตได้ดีเช่นเดิม
 
โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูทุกท่านที่ทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บที่กระดูกหรือความผิดปกติของกระดูกและข้อต่อเฉียบพลันและเรื้อรัง


                  "คลินิก ศัลยกรรมกระดูก และข้อ" โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์
เป็นศูนย์การแพทย์สาขาวิชาออร์โธปิดิกส์ที่มีมาตรฐานแห่งหนึ่ง
ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ทีมศัลยแพทย์กระดูกและข้อที่มีความรู้ความชำนาญและมีประสบการณ์เฉพาะสาขาวิชาความชำนาญด้านกระดูกและข้อในสาขาเฉพาะทางที่ลงลึกในสาขาย่อย
 (Subspecialtyผ่านการฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัยทำให้ผลการรักษาโรคกระดูกและข้อได้ผลที่ดีกว่าการรักษาทั่วไป
 ไม่ว่าการผ่าตัดกระดูกหัก รักษาอาการโรคข้ออักเสบ ข้อเสื่อม
ด้วยวิธีการใช้ยาและการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อหัวไหล่
การเย็บเส้นเอ็นหัวเข่าด้วยวิธี Arthroscopy
ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูสภาพได้เร็วขึ้นและเพื่อให้ความมั่นใจว่าผู้ป่วยทุกท่านจะได้รับการบริการที่ดีที่สุด
       ให้การบริการและการรักษา
  •       ศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ทั่วไป
  • [/color][/*]
  •       ศัลยกรรมกระดูกสันหลัง
  • [/color][/*]
  •       โรคทางออโธปิดิกส์ในเด็ก
  • [/color][/*]
  •       การรักษาโดยการส่องกล้องและเวชศาสตร์การกีฬา
  • [/color][/*]
  •       ศัลยกรรมการเปลี่ยนข้อเทียม
  • [/color][/*]
  •       สะโพกเทียม
  • [/color][/*]
  •       ข้อเข่าเทียม
  • [/color][/*]
  •       หัวไหล่
  • [/color][/*]
  •       ข้อศอก
  • [/color][/*]
  •       ศัลยกรรมเกี่ยวกับมือ
  • [/color][/*]
   โดยสามารถปรึกษาแพทย์ที่คลินิกโรคกระดูกและข้อ หากท่านมีอาการต่อไปนี้
      - ความเจ็บปวดและการบาดเจ็บของระบบโครงสร้าง กระดูก ข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ
      - ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดเอว
      - อุบัติเหตุกระดูกหัก ข้อเคลื่อน ทั้งกระดูกสันหลังและแขนขา
      - บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือจากการทำงาน 
      - ปวดไหล่ แขน ศอก มือและเท้า
      - เอ็นและกล้ามเนื้อฉีกขาด
      - ความพิการผิดรูปร่าง ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
      - หลังคด
      - ข้อโก่งงอ
      - มือ เท้า นิ้ว ผิดรูปร่าง นิ้วหัวแม่เท้าเก
      - ขาสั้น ยาว ไม่เท่ากัน
      - ความเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม
      - กระดูกพรุน
      - การอักเสบและการกดทับเส้นประสาท
      - มือชา นิ้วล็อค
      - แขนขา อ่อนแรง
      - ข้อบวม โรคเก๊าท์ โรคข้ออักเสบอื่นๆ


   เครดิต : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=8
         
     

4
ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org


เว็บ : https://www.lnwlike.org



ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org


เว็บ : https://www.lnwlike.org



ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ


5
ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org


เว็บ : https://www.lnwlike.org



ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org


เว็บ : https://www.lnwlike.org



ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ


6
อื่นๆ / ลิ้นหัวใจ
« เมื่อ: 03-07-2018 , 16:37:12 »
    ลักษณะและหน้าที่ของลิ้นหัวใจหัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ประกอบด้วยห้องหัวใจ 4 ห้อง โดยมี ลิ้นหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะที่คอยปิดและเปิดให้เลือดผ่านเข้าออกในแต่ละห้องหัวใจทั้งหมดจำนวน 4 ลิ้น ได้แก่ ลิ้นเอออร์ติก (Aortic Valve) ลิ้นไมตรัล (Mitral Valve) ลิ้นไตรคัสปิด (Tricuspid Valve)  และลิ้นพูลโมนิค (Pulmonic Valve) ลิ้นทั้งสี่นี้จะทำงานประสานกันเพื่อให้หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ หากลิ้นหัวใจมีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดการตีบ (Stenosis) หรือรั่ว (Regurgitation) จะทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติด้วย ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ตามปกติ นอกจากนั้นยังอาจทำให้มีเลือดคั่งในปอด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่าย ถ้าเป็นมากขึ้น จะนอนราบศีรษะต่ำไม่ได้ เนื่องจากอาการแน่น และเหนื่อยหายใจลำบาก พยาธิสภาพหรือสาเหตุของความผิดปกติของลิ้นหัวใจ แบ่งได้ดังนี้
    1) ความพิการของลิ้นหัวใจแต่กำเนิด(Congenital Valve Disease) เช่น ลิ้นหัวใจตีบ เด็กที่เป็นโรคกลุ่มนี้ จะมีอาการตั้งแต่แรกคลอด และมักจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
    2) โรคลิ้นหัวใจรูมาติกส์(Rheumatic Heart Disease) เป็นโรคลิ้นหัวใจผิดปกติชนิดที่พบมากที่สุดในประเทศไทย เกิดจากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส กรุ๊ป เอ ทำให้เกิดไข้รูมาติกส์เมื่อครั้งผู้ป่วยยังเป็นเด็กและมีผลทำลายลิ้นหัวใจ ของผู้ป่วยในระยะยาว  ส่วนมากจะเริ่มอาการแสดงความผิดปกติของหัวใจ 5-10 ปี หลังจากเป็นไข้รูมาติกส์
    3) โรคลิ้นหัวใจผิดปกติจากการเสื่อมสภาพ(Degenerative Valve Disease) มักพบในผู้ป่วยสูงอายุ เกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อของลิ้นหัวใจ ทำให้เกิดการผิดปกติของการเปิดหรือปิดของลิ้น เช่น ลิ้นไมตรัลรั่ว ซึ่งเกิดจากตัวลิ้นมีการเสื่อมและยืดตัวมาก หรือลิ้นเอออร์ติกตีบในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมของเนื้อเยื่อและมีหินปูนมาเกาะที่ตัวลิ้น (Calcification)
    4) โรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ(Infective Endocarditis) เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia) และตัวเชื้อโรคไปเกาะกินที่ลิ้นหัวใจ  ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน และหัวใจวายรุนแรงรวดเร็วมาก  ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของตัวลิ้น และทำให้เกิดการรั่วของลิ้นอย่างรุนแรง กลุ่มโรคนี้ส่วนหนึ่งพบในผู้ป่วยที่ใช้ ยาเสพติดฉีดเข้าเส้นโดยใช้เข็มที่ไม่สะอาดพอ เป็นเหตุให้เชื้อโรคเข้าในกระแสโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม สามารถพบโรคลิ้นหัวใจอักเสบนี้ในผู้ป่วยที่ไม่ได้ติดยาเสพติดได้ โดยเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วยช่องทางอื่น เช่น ทางฟันในผู้ป่วยที่มีการอักเสบของฟันหรือฟันผุ (Infective Endocarditis) เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia) และตัวเชื้อโรคไปเกาะกินที่ลิ้นหัวใจ  ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน และหัวใจวายรุนแรงรวดเร็วมาก  ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของตัวลิ้น และทำให้เกิดการรั่วของลิ้นอย่างรุนแรง กลุ่มโรคนี้ส่วนหนึ่งพบในผู้ป่วยที่ใช้ ยาเสพติดฉีดเข้าเส้นโดยใช้เข็มที่ไม่สะอาดพอ เป็นเหตุให้เชื้อโรคเข้าในกระแสโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม สามารถพบโรคลิ้นหัวใจอักเสบนี้ในผู้ป่วยที่ไม่ได้ติดยาเสพติดได้ โดยเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วยช่องทางอื่น เช่น ทางฟันในผู้ป่วยที่มีการอักเสบของฟันหรือฟันผุ
      แนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผิดปกติ[list=1]
    • การรักษาด้วยยา (Medical Treatment)[/*]
    • การรักษาด้วยบอลลูน (Percutaneous Balloon mitral  valvulotomy, PBMV) เป็นการรักษาโรคลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ โดยการใส่สายสวนที่มีบอลลูน เข้าทางเส้นเลือดดำที่ขาหนีบ และสอดบอลลูนนี้ไปถึงลิ้นที่ตีบ และขยายลิ้นโดยบอลลูนนั้น[/*]
    • การผ่าตัด มี 2 ชนิด คือ [/*]
    • การขยายลิ้นหรือซ่อมลิ้น (Valve Repair)[/*]
    • การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Replacement)[/*]
    ประเภทของลิ้นหัวใจ (Heart Valve for Replacement)1) ลิ้นหัวใจเทียม (Mechanical Valve)มีชนิดลูกบอล ทำจากสาร Silastic และชนิดโลหะเป็นบานพับ (Disc Valve) ทำงานเหมือนการปิดเปิดของประตูหรือหน้าต่าง ข้อดี: ลิ้นหัวใจเป็นโลหะ จึงคงทนไม่มีการเสื่อมสลาย ข้อเสีย:  ต้องกินยากันเลือดแข็ง (anticoagulation) ตลอดชีวิต
    •  เกิดลิ่มเลือดจากลิ้นหัวใจได้[/*]
    •  เกิดการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจใหม่ได้[/*]
    • มีเสียงของลิ้นหัวใจดังรบกวน[/*]
    2) ลิ้นหัวใจจากเนื้อเยื่อสัตว์ (Bioprosthesis, Tissue Valve)มี 2 ชนิด คือ ลิ้นหัวใจหมู (Porcine Valve) และลิ้นหัวใจที่ทำจากเยื่อหุ้มหัวใจของวัว (Bovine Pericardium) ข้อดี: ไม่ต้องกินยากันเลือดแข็งและเกิดลิ่มเลือดที่ลิ้นหัวใจน้อย ข้อเสีย: ลิ้นหัวใจใหม่จะเสื่อมสภาพภายใน 5-10 ปี ทำให้ต้องทำผ่าตัดใหม่
    3) ลิ้นหัวใจของมนุษย์ (Homograft Heart Valve)จากผู้บริจาคอวัยวะ วิธีนี้เป็นการนำลิ้นหัวใจจากผู้เสียชีวิตที่ได้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้ตั้งแต่ก่อนเสียชีวิต หรือได้รับอนุญาตจากญาติผู้เสียชีวิตให้นำลิ้นหัวใจมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งถ้านำมาผ่านกระบวนการเตรียมและเก็บโดยวิธีพิเศษจะสามารถเก็บรักษาไว้ใช้ได้ถึง 5 ปี  ผู้เสียชีวิตที่สามารถบริจาคลิ้นหัวใจมี 3 ประเภท คือ 1) ผู้เสียชีวิตจากสมองตาย ที่บริจาคอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะ แต่หัวใจมีสภาพไม่เหมาะสมที่จะนำไปปลูกถ่ายได้ 2) ผู้เสียชีวิตที่หัวใจหยุดเต้น ทั้งนี้ผู้บริจาคต้องไม่มีข้อห้ามในการนำลิ้นหัวใจไปใช้ ซึ่งจะพิจารณาจาก อายุ สาเหตุการเสียชีวิต ระยะเวลาที่เสียชีวิต การติดเชื้อต่าง ๆ เป็นต้น 3) ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจใหม่ สามารถบริจาคหัวใจดวงเก่าไม่มีพยาธิสภาพที่ลิ้นหัวใจ
    ข้อดี:โอกาสเกิดการติดเชื้อของลิ้น ต่ำมาก อายุการใช้งานนานพอสมควร  (10-22 ปี) ไม่ต้องรับประทานยากันเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด ที่ลิ้นหัวใจน้อย ไม่มีเสียงของลิ้นหัวใจดังรบกวน ดีมากในกรณีโรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ
    ข้อเสีย:  ต้องได้จากผู้บริจาคอวัยวะเท่านั้น มีความสลับซับซ้อนในขั้นตอนการเก็บรักษา (Valve Preservation) การผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจนี้แก่ผู้ป่วยค่อนข้างมีความยุ่งยากมากกว่าการใส่ลิ้นหัวใจ 2 ชนิดแรก ถึงแม้ว่าในการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจให้แก่ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผิดปกติจะมีชนิดลิ้นให้เลือกหลายชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันในคุณลักษณะ คุณสมบัติ อายุการใช้งาน ความยากง่ายในการผ่าตัดรวมถึงราคาที่แตกต่างกัน สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักและขอเน้นก็คือ ลิ้นหัวใจแต่ละชนิดนี้ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีชนิดของลิ้นหัวใจที่เหมาะสมที่สุด เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกใช้ลิ้นหัวใจให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งต้องอธิบายเหตุผลและรายละเอียดให้ผู้ป่วยเข้าใจด้วย[/color]

    7
    [img width=696,height=528]https://i0.wp.com/www.108news.net/wp-content/uploads/2018/07/554.jpg[/img]

    ภาวะหัวใจโต (Cardiomegaly)

    ภาวะหัวใจโต เป็นภาวะที่หัวใจมีขนาดโตมากกว่าปกติ ซึ่งสามารถวินิจฉัยได้จากภาพถ่ายเอกซเรย์ปอดสาเหตุที่ทำให้มีภาวะหัวใจโตนั้นมีได้หลายสาเหตุทั้งที่เป็นจากภาวะตามธรรมชาติ เช่น การตั้งครรภ์ เป็นต้น และเป็นจากตัวโรคหัวใจเองเช่น มีลิ้นหัวใจผิดปกติ,กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ,หัวใจเต้นผิดปกติรวมไปถึงเยื้อหุ้มหัวใจที่ผิดปกติ ภาวะหัวใจโตสามารถตรวจพบได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุแต่จะพบในประชากรที่สูงอายุมากกว่าวัยอื่นๆ อันเนื่องมาจากผู้สูงอายุจะพบว่ามีความเสื่อมของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจและเซลล์ต่างๆ ของร่างกายและในผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวร่วมหลายโรคอีกด้วย

    หัวใจโตมีอาการอย่างไร ?
    ในระยะแรกของภาวะหัวใจโตมักจะไม่มีอาการแสดงสามารถตรวจพบได้จากการภาพถ่ายเอกซเรย์ปอดหรือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการเหนื่อยง่าย, ใจสั่น, บวมหรือเจ็บแน่นหน้าอก

    หัวใจโตเกิดจากสาเหตุใด ?
    มีสภาวะหลายอย่างที่ทำให้หัวใจโตเช่นภาวะที่มีความดันโลหิตสูงหรือภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลายเช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ในเด็กจะพบว่าหัวใจพิการแต่กำเนิดเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย หัวใจวายเฉียบพลันและหัวใจเต้นผิดปกตินั้นสามารถเกิดภาวะหัวใจโตได้

    ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หัวใจโต
    • ความดันโลหิตสูง[/*]
    • ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่น้องท้องเดียวกัน)[/*]
    • หลอดเลือดหัวใจตีบ[/*]
    • หัวใจพิการแต่กำเนิด[/*]
    • ลิ้นหัวใจผิดปกติ[/*]
    • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน[/*]
    • การใช้สารเสพติดเช่น สูบบุหรี่, การติดสุราและสารเสพติดให้โทษชนิดอื่นๆ[/*]
    การรักษาการรักษาภาวะหัวใจโตนั้นจะขึ้นกับสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจโตเป็นหลัก การรักษานั้นแบ่งง่ายๆเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจโตเช่น หมั่นตรวจเช็คความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ, ออกกำลังกายเป็นประจำ, งดบุหรี่และสุรา หากมีภาวะหัวใจโตแล้วการรักษาจะมีทั้งการรับประทานยา, สวนหลอดเลือดหัวใจ, จี้ไฟฟ้าหัวใจและผ่าตัดทั้งนี้ขึ้นกับอาการ, อาการแสดงและโรคหัวใจนั้นๆเป็นหลัก[/color]

    9
    อื่นๆ / มาส์กหน้า
    « เมื่อ: 22-06-2018 , 11:04:15 »
    มาส์กหน้า (สูตรไม่ต้องล้างออก)
    อินเทนซีพ มิราเคิล ลิฟติ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง มาส์ก



    สรรพคุณ
    ผลิตภัณฑ์มาส์กเข้มข้นบำรุงผิวหน้าขณะหลับ สูตรขาวมหัศจรรย์กระจ่างใส เพียงข้ามคืนอย่างเป็นธรรมชาติ* สุดยอดสารสกัดเบต้ากลูเคนจากยีสต์คุณค่าแห่งการฟื้นฟูบำรุงผิวพรรณ (Saccharomyces cerevisiae) ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำแลดูจางลง ผิวยกกระชับเรียบเนียน รูขุมขนแลดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ผนวกสารสกัดจากดอกบราซิกา (Brassica napus Extract) และสาหร่ายสีน้ำตาลแอตแลนติก (Dictyopteris membranacea Extract) เสริมการผลัดผิวเก่าอย่างอ่อนโยน เผยผิวใหม่กระจ่างใสกว่าที่เคย กลูต้าไธโอน (Glutathione) ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เปล่งปลั่งมีประกายออร่า พร้อมสารอัลฟ่าอาร์บูติน (Alpha Arbutin) วิตามินซี (Ethyl Ascorbic Acid) และวิตามินบี3 (Niacinamide) ให้ผิวสว่างใสขึ้น แลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี ผิวใสอมชมพูมีเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งโปรวิตามินบี 5 (Panthenol) ฟื้นบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้น ผิวจึงไม่แห้งกร้านคงความเนียนนุ่ม สัมผัสได้หลังการตื่นนอน มอบผิวขาวกระจ่างใส เพียงข้ามคืน

    ขอบคุณบทความจาก : http://www.zecretskin.com

    10
    อื่นๆ / มาส์กหน้า
    « เมื่อ: 21-06-2018 , 22:21:23 »
    มาส์กหน้า (สูตรไม่ต้องล้างออก)
    อินเทนซีพ มิราเคิล ลิฟติ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง มาส์ก



    สรรพคุณ
    ผลิตภัณฑ์มาส์กเข้มข้นบำรุงผิวหน้าขณะหลับ สูตรขาวมหัศจรรย์กระจ่างใส เพียงข้ามคืนอย่างเป็นธรรมชาติ* สุดยอดสารสกัดเบต้ากลูเคนจากยีสต์คุณค่าแห่งการฟื้นฟูบำรุงผิวพรรณ (Saccharomyces cerevisiae) ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำแลดูจางลง ผิวยกกระชับเรียบเนียน รูขุมขนแลดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ผนวกสารสกัดจากดอกบราซิกา (Brassica napus Extract) และสาหร่ายสีน้ำตาลแอตแลนติก (Dictyopteris membranacea Extract) เสริมการผลัดผิวเก่าอย่างอ่อนโยน เผยผิวใหม่กระจ่างใสกว่าที่เคย กลูต้าไธโอน (Glutathione) ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เปล่งปลั่งมีประกายออร่า พร้อมสารอัลฟ่าอาร์บูติน (Alpha Arbutin) วิตามินซี (Ethyl Ascorbic Acid) และวิตามินบี3 (Niacinamide) ให้ผิวสว่างใสขึ้น แลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี ผิวใสอมชมพูมีเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งโปรวิตามินบี 5 (Panthenol) ฟื้นบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้น ผิวจึงไม่แห้งกร้านคงความเนียนนุ่ม สัมผัสได้หลังการตื่นนอน มอบผิวขาวกระจ่างใส เพียงข้ามคืน

    ที่มา : http://www.zecretskin.com

    Tags : มาส์กหน้า

    11


              สภาวะการณ์ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิต อาหารที่รับประทาน ยาต่างๆ อาหารเสริม การถ่ายทอดทางพันธุกรรมรวมไปถึงสภาพแวดล้อม ส่งผลสู่ภาวะสุขภาพโดยรวม อาจทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารและตับได้หลากหลาย เช่น โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน โรคลำไส้แปรปรวน โรคนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในท่อน้ำดี โรคไวรัสตับอักเสบ โรคไขมันเกาะตับ โรคตับแข็ง ไปจนถึง โรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งลำไส้ เป็นต้น การรักษาแต่เนิ่นๆย่อมส่งผลให้โรคหายขาด บางโรคที่อาจกลับเป็นซ้ำหรือเรื้อรังควรได้รับการดูแลรักษาและคำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


              ระบบทางเดินอาหารและตับมีจุดเริ่มต้นจาก ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไล้เล็ก ลำใส้ใหญ่ ทวารหนักและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตับ ถุงน้ำดี ท่อน้ำดีและตับอ่อน  มีอาการได้หลากหลายขึ้นกับตำแหน่งของพยาธิสภาพ  บางโรครักษาหายขาด บางโรคเป็นเรื้อรังและบางโรคอาจเป็นจุดตั้งต้นของโรคมะเร็ง
    "หากมีอาการเหล่านี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม"
    อาการที่พบได้เมื่อมีภาวะเจ็บป่วยในระบบทางเดินอาหาร

    • ปวดจุกแน่นท้องด้านบน
    • แสบร้อนอก จุกลำคอ สำรอก
    • อาเจียนบ่อย
    • กลืนลำบาก
    • ขับถ่ายผิดปกติไปจากเดิม
    • ท้องผูกสลับท้องเสีย
    • มวนท้อง ไม่สบายท้องเรื้อรัง
    • ถ่ายมีมูกเลือด
    • ถ่ายสีดำ
    • ถ่ายเป็นเลือด
    • อาเจียนสีดำหรืออาเจียนเป็นเลือด
    • ตาเหลือง ดีซ่าน
    • ท้องโตหรือท้องมาน
    • น้ำหนักลดผิดปกติ
    ผลตรวจสุขภาพที่ผิดปกติ อาจไม่มีอาการใดๆ

    • ค่าเอ็นไซม์ตับผิดปกติ
    • ค่ามะเร็งขึ้นสูง
    • ผลอุจจาระมีสารเม็ดเลือดแฝง
    • ไวรัสตับอักเสบ
    • อัลตราซาวด์ตับผิดปกติ
    • โลหิตจาง


    โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ให้บริการรักษาและการวินิจฉัยปัญหา พร้อมให้คำปรึกษาอย่างครอบคลุมครบวงจร มีการตรวจวินิจฉัยโรคที่ละเอียดชัดเจน ด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครัน ทำให้สามารถตรวจหาสาเหตุของการเกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ
    โดยให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษา ดังนี้
    - ตรวจระบบทางเดินอาหารด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasonography)
    - ตรวจระบบทางเดินอาหารด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
    - ตรวจระบบทางเดินอาหารด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
    - ตรวจแบคทีเรีย H.Pyrori ในกระเพาะอาหาร (Urea breath test)
    - ตรวจแบคทีเรีย H.Pyrori ในกระเพาะอาหารด้วยการตรวจอุจจาระ (Stool Antigen for H.Pyrori)
    - ส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น (EGD: Esophagogastroduodenoscopy)
    - ส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
    - การส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อที่ยื่นผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร (Polypectomy)
    - การตรวจวินิจฉัยถุงน้ำดีและทางเดินน้ำดีผ่านกล้องและฉีดสีทึบรังสี: Diagnostic ERCP (Endoscopic Retrograde Cholangio pancreatography)
    - การรักษามะเร็งตับด้วยการให้เคมีบำบัดผ่านทางหลอดเลือด: TACE (Trans-arterial Chemo-Embolization for Hepatocellular Carcinoma)
    - การรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับโดยการจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ: RFA (Radio Frequency Ablation)
    - การผ่าตัดเปิดทางหน้าท้อง (Open Surgery)
    - การผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery)
    การเจ็บป่วยในระบบทางเดินอาหาร
            เกิดขึ้นได้บ่อยพบได้ทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่วัยเรียน วัยทำงานและผู้สูงอายุโดยมีอาการแสดงที่หลากหลายบางโรคถูกตรวจพบโดยบังเอิญ เมื่อเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆและบางโรคเริ่มต้นจากไม่มีสัญญาณใดๆจนเริ่มมีอาการผิดปกติ เมื่อได้รับการตรวจค้นหาสาเหตุอาจเข้าสู่ระยะที่รักษาได้ยาก การเฝ้าระวังและป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดตั้งแต่ก่อนเกิดโรค การได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆเพื่อหวังอัตราการหายและการมีชีวิตที่ยืนยาว เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้นและเป็นเป้าหมายของการตรวจรักษา
            ในปัจจุบันเราจึงมุ่งมั่น พัฒนา เตรียมพร้อมสำหรับการให้คำแนะนำและตรวจรักษาที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างตรงจุดและการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

    เครดิต : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=54

    Tags : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ

    12
    อื่นๆ / มาส์กหน้า
    « เมื่อ: 20-06-2018 , 09:53:58 »
    มาส์กหน้า (สูตรไม่ต้องล้างออก)
    อินเทนซีพ มิราเคิล ลิฟติ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง มาส์ก



    สรรพคุณ
    ผลิตภัณฑ์มาส์กเข้มข้นบำรุงผิวหน้าขณะหลับ สูตรขาวมหัศจรรย์กระจ่างใส เพียงข้ามคืนอย่างเป็นธรรมชาติ* สุดยอดสารสกัดเบต้ากลูเคนจากยีสต์คุณค่าแห่งการฟื้นฟูบำรุงผิวพรรณ (Saccharomyces cerevisiae) ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำแลดูจางลง ผิวยกกระชับเรียบเนียน รูขุมขนแลดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ผนวกสารสกัดจากดอกบราซิกา (Brassica napus Extract) และสาหร่ายสีน้ำตาลแอตแลนติก (Dictyopteris membranacea Extract) เสริมการผลัดผิวเก่าอย่างอ่อนโยน เผยผิวใหม่กระจ่างใสกว่าที่เคย กลูต้าไธโอน (Glutathione) ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เปล่งปลั่งมีประกายออร่า พร้อมสารอัลฟ่าอาร์บูติน (Alpha Arbutin) วิตามินซี (Ethyl Ascorbic Acid) และวิตามินบี3 (Niacinamide) ให้ผิวสว่างใสขึ้น แลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี ผิวใสอมชมพูมีเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งโปรวิตามินบี 5 (Panthenol) ฟื้นบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้น ผิวจึงไม่แห้งกร้านคงความเนียนนุ่ม สัมผัสได้หลังการตื่นนอน มอบผิวขาวกระจ่างใส เพียงข้ามคืน

    ขอบคุณบทความจาก : http://www.zecretskin.com

    Tags : มาส์กหน้า

    13
    ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากจุฬารัตน์ 11  อินเตอร์ Chularat 11 IVF Center
              หากคุณแต่งงานมานานกว่า 1 ปี และมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ แสดงว่าคุณกำลังอยู่ใน “ภาวะการมีลูกยาก” โดยหลักการแล้วแม้ว่าภาวะนี้จะไม่ใช่โรค แต่ก็เป็นปัญหาสำหรับคู่สมรสที่หวังอยากมีเจ้าตัวน้อย เพื่อความสมบูรณ์แบบของชีวิตครอบครัว การที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้อาจเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่ส่งผลต่อภาวะการเจริญพันธุ์ ทำให้ไม่สามารถเกิดการปฏิสนธิได้ตามธรรมชาติ โดยอาจมีสาเหตุจากฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่าย หรือไม่ทราบสาเหตุ
              ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ : Chularat 11 IVF Center ตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่ช่วยให้คู่สามีภรรยาสามารถเอาชนะอุปสรรค อันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการมีบุตรยาก โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรักษาการมีบุตรยากจากสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ผ่านการศึกษาอบรมจากในและต่างประเทศ และมีประสบการณ์มาเป็นเวลายาวนาน คอยให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การช่วยเหลือคู่สมรสที่มีปัญหาการมีบุตรยาก ให้สามารถมีบุตรได้สมความปรารถนา ด้วยบริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีความทันสมัยและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล


    เครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัย

    • *ห้องตรวจ ตรวจภายใน, ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonography), ฉีดสีตรวจโพรงมดลูกและท่อนำไข่มีการตีบตันหรือไม่ (Hysterosalpingography)
    • *ห้องปฎิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน (IVF Lab) เครื่องมือและอุปกรณ์ได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบ คุณภาพของอุปกรณ์ แก๊ส และน้ำยาทุกชนิดอย่างสม่ำเสมอ มีระบบการเลี้ยงตัวอ่อนด้วยมาตรฐานระดับ Clean Room Class 1,000 ควบคุมสิ่งแวดล้อมทั้งหมดอย่างเหมาะสมเพื่อเลี้ยงตัวอ่อนให้เจริญเติบโตถึงระยะ Blastocyst
    • *Sperm Lab ตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยนักวิทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ
    • *สามารถดูดเซลล์ของตัวอ่อนในระยะ Cleavage หรือ Blastocyst เพื่อนำเซลล์ไปตรวจโครโมโซมและ DNA
    • *Hormone Lab ได้ผลที่ถูกต้อง รวดเร็ว มีการควบคุมคุณภาพทั้งภายในและภายนอก
    • *มีการแช่แข็งเซลล์ไข่ อสุจิ เด็กตั้งแต่ระยะหนึ่งเซลล์จนถึง Blastocyst โดยมีการแยกถังไนโตรเจนแช่แข็งเป็นกลุ่มสามี ภรรยา ที่ไม่มีโรคติดเชื้อและที่มีโรคติดเชื้อ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ B ออกจากกัน
    การบริการ

    • ในผู้หญิงอายุไม่มากถ้าไม่มีปัญหาอย่างอื่นแพทย์จะเลือกวิธีการฉีดเชื้ออสุจิเข้าในโพรงมดลูก(IUI intrauterine insemination)โอกาสตั้งครรภ์ 15-20 % ถ้าไม่สำเร็จก็ใช้วิธีเด็กหลอดแก้ว IVF ( In vitro fertilization )โอกาสตั้งครรภ์ 30-50% การตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว พีจีเอส วิธีนี้เพื่อบอกความถูกต้องแม่นยำถึงความผิดปกติของพันธุกรรมในระบบโครโมโซมและยังบอกรายละเอียดถึงระดับยีนส์ด้วย จึงสามารถตรวจการกลายพันธุ์ของยีนส์ที่อาจตรวจไม่พบจากการตรวจวิธีอื่นได้ จะได้รู้ว่าตัวอ่อนที่จะฝังตัวนั้นมีโครโมโซมที่ปกติหรือไม่
    • กลุ่มที่สองคือผู้หญิงที่มีอายุเกิน35ปีโอกาสเสี่ยงมีบุตรที่มีความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวซินโดรมหนึ่งต่อ 350 หรือ0.28% เมื่อผู้หญิงมีอายุสูงขึ้นคุณภาพของไข่จะลดลงและโอกาสเกิดการผิดปกติของโครโมโซมก็จะแปรผันกับอายุของฝ่ายหญิง หากเราหยุดอายุของใครไม่ได้ การตั้งครรภ์ของหญิงอายุน้อยกว่า35 ปี ก็น่าจะช่วยลดโอกาสเกิดความผิดปกติของโครโมโซมลูก ดังนั้นหญิงที่มีความประสงค์ที่จะเก็บไข่ตัวเองแช่แข็งไว้ก่อน Ovum Freezing ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะได้ไข่มีคุณภาพมากกว่ารอจนอายุมากขึ้น











    ที่มา : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=11&id=60

    Tags : ศูนย์ผู้มีบุตรยาก

    14
    อื่นๆ / มาส์กหน้า
    « เมื่อ: 15-06-2018 , 11:30:14 »
    มาส์กหน้า (สูตรไม่ต้องล้างออก)
    อินเทนซีพ มิราเคิล ลิฟติ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง มาส์ก



    สรรพคุณ
    ผลิตภัณฑ์มาส์กเข้มข้นบำรุงผิวหน้าขณะหลับ สูตรขาวมหัศจรรย์กระจ่างใส เพียงข้ามคืนอย่างเป็นธรรมชาติ* สุดยอดสารสกัดเบต้ากลูเคนจากยีสต์คุณค่าแห่งการฟื้นฟูบำรุงผิวพรรณ (Saccharomyces cerevisiae) ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำแลดูจางลง ผิวยกกระชับเรียบเนียน รูขุมขนแลดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ผนวกสารสกัดจากดอกบราซิกา (Brassica napus Extract) และสาหร่ายสีน้ำตาลแอตแลนติก (Dictyopteris membranacea Extract) เสริมการผลัดผิวเก่าอย่างอ่อนโยน เผยผิวใหม่กระจ่างใสกว่าที่เคย กลูต้าไธโอน (Glutathione) ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เปล่งปลั่งมีประกายออร่า พร้อมสารอัลฟ่าอาร์บูติน (Alpha Arbutin) วิตามินซี (Ethyl Ascorbic Acid) และวิตามินบี3 (Niacinamide) ให้ผิวสว่างใสขึ้น แลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี ผิวใสอมชมพูมีเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งโปรวิตามินบี 5 (Panthenol) ฟื้นบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้น ผิวจึงไม่แห้งกร้านคงความเนียนนุ่ม สัมผัสได้หลังการตื่นนอน มอบผิวขาวกระจ่างใส เพียงข้ามคืน

    เครดิตบทความจาก : http://www.zecretskin.com

    Tags : มาส์กหน้า,มาส์กหน้าใส

    15
    แฟชั่น เสื้อผ้า / มาส์กหน้า
    « เมื่อ: 14-06-2018 , 09:56:08 »
    มาส์กหน้า (สูตรไม่ต้องล้างออก)
    อินเทนซีพ มิราเคิล ลิฟติ้ง แอนด์ ไวท์เทนนิ่ง มาส์ก



    สรรพคุณ
    ผลิตภัณฑ์มาส์กเข้มข้นบำรุงผิวหน้าขณะหลับ สูตรขาวมหัศจรรย์กระจ่างใส เพียงข้ามคืนอย่างเป็นธรรมชาติ* สุดยอดสารสกัดเบต้ากลูเคนจากยีสต์คุณค่าแห่งการฟื้นฟูบำรุงผิวพรรณ (Saccharomyces cerevisiae) ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำแลดูจางลง ผิวยกกระชับเรียบเนียน รูขุมขนแลดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ผนวกสารสกัดจากดอกบราซิกา (Brassica napus Extract) และสาหร่ายสีน้ำตาลแอตแลนติก (Dictyopteris membranacea Extract) เสริมการผลัดผิวเก่าอย่างอ่อนโยน เผยผิวใหม่กระจ่างใสกว่าที่เคย กลูต้าไธโอน (Glutathione) ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เปล่งปลั่งมีประกายออร่า พร้อมสารอัลฟ่าอาร์บูติน (Alpha Arbutin) วิตามินซี (Ethyl Ascorbic Acid) และวิตามินบี3 (Niacinamide) ให้ผิวสว่างใสขึ้น แลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี ผิวใสอมชมพูมีเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งโปรวิตามินบี 5 (Panthenol) ฟื้นบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้น ผิวจึงไม่แห้งกร้านคงความเนียนนุ่ม สัมผัสได้หลังการตื่นนอน มอบผิวขาวกระจ่างใส เพียงข้ามคืน

    ที่มา : http://www.zecretskin.com

    Tags : มาส์กหน้าใส

    หน้า: [1] 2 3